วันนี้เรามาเที่ยวกันที่ฮ่องกง สวรรค์ของขาช๊อปคับ ส่วนจาเป็นสวรรค์ของเราด้วยมั๊ยนั้น มาดูกันยาวๆ คับ
อ้อ ขอแจ้งว่างวดนี้ไม่ได้เอากล้องไปนะคับ รูปทั้งหมดมาจากรูปมือถือ iPhone และ S2 คับ
เริ่มต้นออกเดินทาง ของเราสองคน (กับผู้ไม่ประสงค์ออกนาม 5555) วันเสาร์เช้า ตี 2 ยี่สิบ ด้วยสายการบิน Hong Kong Airline คับ เดินทางถึงฮ่องกง เกือบ 6 โมงเช้า พอผ่าน ตม. มาได้ ก็มานั่งพักเหนื่อย กินข้าวกันที่ร้าน Maxim คับ สั่งเป็นโจ๊ก กับผัดหมี่ ชาร้อนและก็เย็นอีกอย่างละแก้ว แค่นี้ก็พร้อมสำหรับลุยกันต่อไปแล้วคับ
ออกเดินทางจากสนามบิน ด้วยรถเมล์สาย S1 โดยเพื่อนๆ เดินไปตามป้ายบอกทางเพื่อไปขึ้น Bus นะคับ จากนั้น มองหาป้ายรถเมล์ของสายที่เพื่อนๆ ต้องการขึ้น วันนี้เราจะเริ่มเที่ยวกันที่นองปิงก่อนเลย เพราะว่าไม่ไกลจากสนามบิน นั่งรถเมล์ก็ประมาณ 20 นาทีได้คับ
มาถึงก็เดินหาที่ฝากกระเป๋ากันก่อน ที่ฝากกระเป๋าบริเวณนี้มี 2 ที่ คือ ชั้นใต้ดินของ Citygate ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่ 8 โมงเช้า หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าที่ฝากกระเป๋าจะเปิดตามร้านส่วนใหญ่ใน Citygate คือ 11 โมง แต่จิงๆ แล้วที่นี่เค้าเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้านะคับ เพราะงั้นรีบไปฝากกันคับ เนื่องจากล๊อคเกอร์มีน้อยมากๆ น่าจะสัก 30 ล๊อค เท่านั้น ส่วนค่าเสียหาย ก็
- 6 ชั่วโมงแรก จะคิด 10 เหรียญต่อ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็คิด ชั่วโมงละ 10 เหรียญ สำหรับล๊อคเกอร์ไซด์เล็ก ที่ว่าเล็กนี่ก็ใหญ่นะคับ ใส่กระเป๋าขนาด 24 นิ้ว กะเป้อีก 1 ใบ สบายๆ
- สำหรับล๊อคเกอร์ใหญ่เราว่าใส่เจ้าใบ 30 นิ้ว ก็ยังเหลือๆ ให้ใส่ใบเล็กๆ ได้อีกใบคับ ค่าเสียหายสำหรับไซด์นี้ก็ 6 ชั่วโมงแรก คิด 20 เหรียญต่อ 2 ชั่วโมง จากนั้นคิดชั่วโมงละ 20 เหรียญ คับ
วิธีการฝากกระเป๋า ก็คือ
1) กดเลือกไซด์ที่ต้องการ
2) กดเลือกระยะเวลาที่จะฝาก
3) กดเลือกวิธีชำระเงิน (ปลาหมึก หรือเงินสด)
4) ชำระเงิน เมื่อใบเสร็จออกมา ให้เก็บไว้สำหรับนำมาเปิดล๊อคเกอร์ตอนมาเอากระเป๋าคืนคับ
5) ตู้ที่ว่างจะเปิดออก ให้เรานำกระเป๋าเข้าไปเก็บ แล้วปิดตู้ให้เรียบร้อย
เวลามาเอากระเป๋าคืนก็แค่ เอาตั๋วไปแตะ scan ช่องของเราก็จะเปิดออก แค่นี้เองคับ ง่ายๆ
แต่หากว่าล๊อคเกอร์ตรงนี้หมด ก็ให้เดินไปด้านล่างของ Ngong Ping Terminal นะคับ ตรงที่เป็นที่จอดรถแท็กซี่ จะมีบริการรับฝากกระเป๋าเช่นกัน โดยคิดค่าฝากเป็นแบบเหมาะทั้งวัน (รับของก่อน 6 โมงเย็น) ราคา 70 เหรียญ ต่อ 1 ใบ คับ แต่หากยังพลาด ณ จุดนี้อีก ก็มีอีกที่หนึ่งสำหรับคนที่จะขึ้นไปนองปิง คือ บริเวณ Ngong Ping Village นั้นก็มีที่รับฝากกระเป๋าด้วยคับ แต่ราคานั้นมหาโหดมาก ถ้าจำไม่ผิดคือเป็นแบบเหมาทั้งวัน ราคา 140 เหรียญคับ
เอาละคับ เมื่อฝากกระเป๋ากันเรียบร้อย เราก็ฆ่าเวลาด้วยการเดินเล่นๆ ใน Citygate ซึ่งร้านรวงยังไม่เปิด แต่ก็สามารถไปส่องๆ ดูของ ดูราคา กันได้คับ
สำหรับการเดินทางขึ้นสู่นองปิง เพื่อไหว้พระใหญ่นั้น มี 2 ทางนะคับ
1) คือทางรถบัส ไม่แน่ใจว่าสายอะไร แต่ตรงที่จอดรถบัส ข้างๆ ทางขึ้นไป Ngong Ping Terminal มีป้ายบอกไว้ชัดเจนเลยครับ ซึ่งสนนราคาก็ไม่น่าแพงมากนะ เท่าที่ดูจากราคารถทั่วๆ ไป ไม่น่าจะเกิน 30 เหรียญ หรอกคับ
2) นั่งกระเช้าขึ้นไปคับ ราคาค่างวดก็ 135 เหรียญ สำหรับแบบไป-กลับ และ 94 เหรียญ สำหรับแบบเที่ยวเดียว เปิดบริการเวลา 10 โมง สำหรับวันธรรมดา และ 9 โมงสำหรับเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนัตขัตฤกษ์ ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ ครึ่งชั่วโมงต่อ 1 ขาคับ
สำหรับการขึ้นนองปิง หรือ พีค มีคนเคยบอกไว้ว่า ให้เลือกขึ้นและลงด้วยวิธีที่ต่างกัน จะทำให้ได้ประสบการณ์ 2 แบบ ที่แตกต่าง ควรค่าแก่การจดจำนะคับ
สำหรับครั้งนี้ เราจองตั๋วไปตั้งแต่ที่ไทย โดยตั๋วที่ได้จะเป็น Voucher หรือ e-ticket ก็ดี ต้องนำไปแลกตั๋วจริงที่ Terminal อีกครั้งหนึ่งคับ ข้อดีของการซื้อตัวจาก Agency เมืองไทย คือไม่ต้องรอร๊อรอแถวยาวเหยียดที่รอซื้อตั๋ว แต่ท่านสามารถเข้าช่องทางพิเศษได้คับ อย่างไรก็ดีขอแนะนำว่า ไปเที่ยวแต่เช้าจะทำให้ทุกอย่างโล่งโปร่งสบาย ไม่ต้องเบียดกับใคร จะเริดที่สุดนะคับ
วิวจากกระเช้า
ลงกระเช้าก็ขอถ่ายรูปเป็นที่ระทึกสักหน่อย
Ngong Ping Village จะเป็นร้านค้า ขายอาหาร ขนม ของที่ระทึก .. เอ้ย ของที่ระลึก ต่างๆ มากมาย ความพิเศษอยู่ที่เค้าสร้างอาคารให้ดูเก่าๆ เหมาะแก่การเดินเล่น ถ่ายรูป นั่งจิบชา กินขนมหน้าร้านมากมายคับ
เดินต่อเข้าไป เราจะเจอกับวัดโปลิน และพระใหญ่นองปิง ซึ่งถ้าจะเข้าไปชมวัด ไหว้พระ ถ่ายรูปบริเวณรอบๆ ทั่วไป ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ คับ แต่หากต้องการจะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ ก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย 60 เหรียญ แต่นี่รวมกับการได้ไปทานอาหารเจ (ที่ได้ข่าวว่าอร่อยมาก) ที่วัดโปลินด้วยคับ
สำหรับครั้งนี้ต้องบอกเลยว่า งก คับ เลยไม่ได้เสียเงิน อีกอย่างเพื่อนที่ไปด้วยไม่ชอบกินอาหารเจ ชวนไงก็ไม่ยอมกิน เลยเอ๊า ดูแต่ข้างนอกก็ได้ฟระ
ปล. จะมีเป็นเหมือนลานยกสูง ที่อยู่ระหว่างวัด กับทางขึ้นพระใหญ่ ตรงกลางลานนี้จะมีวงกลมให้ไปยืนไหว้พระกันนะคับ ถือว่าเป็นจุดรับพลังศักดิ์สิทธิจากองค์พระ ถ้าใครไปเช้าก็จะได้ไปยืนกันสบายๆ ไม่ติดกรุ๊ปทัวร์ แต่ไปสาย ก็ผ่านไปเลยเถอะคับ ไหว้เอาหน้าองค์พระท่านที่ด้านบน ก็ได้พรเหมือนกัน
นี่เป็นทางเข้าวัดคับ
จากประตูวัด ถึงตัววัด ที่ทหารหินแกะสลักเฝ้าไปตลอดทาง โดยทหารหินเหล่านี้ เป็นตัวแทนของแต่ละนักษัตรคับ ... ขอเอาทหารปีมะเส็ง ปีเกิดเรามาเป็นตัวอย่างละกันนะ
ทางขึ้นไปไหว้พระสูงใช้ได้เลยนะคับ เราว่าน่าจะประมาณเดียวกับพระธาตุดอยสุเทพบ้านเรานะ ... มาคับ มาพิสูจน์ความฟิตกัน
ภาพองค์พระใหญ่ในมุมต่างๆ
ภาพมุมสูงของวัดโปลิน มองจากบนองค์พระใหญ่คับ สวยอะ ยิ่งวันที่ไปมีหมอกบางๆ ลง ช่วยทำให้ดูเหมือนสวรรค์เลยน้า ^^
ก่อนลงก็เพิ่มพลังด้วยวาฟเฟิลฮ่องกง สักอัน อุคริๆ
กลับลงมากก็เพิ่งจะเที่ยงได้คับ (11 โมงบ้านเรา) เลยคิดกันว่าแอบเดินเล่น Citygate เชคแบบและราคาก่อนไปเดินดูในเมือง ... ปรากฏว่าอินี่โดนไปคับ 1 ชิ้น .. แทบร้องไห้ เพราะเงินหมดไปกว่าครึ่งกระเป๋าตังค์เลยทีเดียว
เอาละครับเสียตังค์กันพอหอมปากหอมคอ ... หร๋าาาาา .... เราก็เข้าเมืองเพื่อไป check-in รร. คับ ครั้งนี้เราเลือกพักที่ Yua Ma Tei เพราะว่าไม่พลุกพล่านเหมือน Tsim Sha Tsui คับ ห้องแถวๆ นี้ก็จะแพงกว่าหน่อย แต่ขนาดก็เท่ากันแหละคับ ข้อดีอิกอย่างหนึ่ง คือ มันล้อมรอบไปด้วยของกินอร่อยๆ เพียบคับ ... Bridal Tea House @Yua Ma Tei
พอ check-in เสร็จ ก็หมดสภาพคับ ต้องขอสักงีบ ตื่นมาค่อยไปกินกัน
ตื่นประมาณบ่าย 3 ไปกินบะหมี่กันคับ ร้าน Kai Kee Noodle ตรง Tsim Sha Tsui คับ เดินออกทางออก D2 แล้วเดินข้ามถนนผ่านห้างไป 1 ล๊อค พอถึงล๊อคถัดไปก็มองขวาไว้ ก็จะเจอร้านคับ วันนี้เราสองสั่ง บะหมี่ลูกชิ้นปลาหมึก, บะหมี่หมูผัดซอสเผ็ด กับเกี๋ยวทอดมากิน ... โอ้วสุขมากกกกกกกกก
ยังคับ ยังไม่พอ ของคาวเสร็จก็ต้องไปต่อของหวาน เราเดินตามหาทาร์ตไข่เจ้าดัง Tai Cheong Bakery สาขา Tsim Sha Tsui ซึ่งตั้งอยู่ที่ท่าเรือข้ามฟาก Star Ferry คับ ... แหมทาร์ตเค้ากรอบ คัสตาร์ดเค้านุ่ม หวานน้อย มันหน่อย อร่อยล้ำจิงๆ คับ
บริเวณท่าเรือคับ
จากนั้นเราข้ามฟากไปสำรวจเส้นทางร้าน Tim Ho Wan ร้านติ่มซำ 1 ดาว มิชลินสตาร์ คับ วันจิงที่จะมากินจะได้ไม่ต้องหลงทางเสียเวลา หลงติดยาเสียอนาคตคับ โดยสาขาที่เรามาเดินหา คือ สาขา Central คับ
เอาละคับเจอแระ เราไปต่อด้วยการช๊อปปิงรองเท้าที่มงก๊กกันดีก่า จะได้เอามาใช้เดินสบายๆ วันต่อไป
แงๆๆๆๆ ตังค์จะหมดแระ ... ทำไงๆ เพิ่งวันแรกเองน้าาาาาาาา
จากนั้นกลับมากินข้าวอบหม้อดิน ร้าน Hing Kee ซึ่งอยู่ใกล้กับที่พักเรา แค่ช่วงตึกเดียวคับ พวกเราสั่งเป็น ข้าวอบเนื้อและซึ่งโครงหมู กับอีกหม้อ เป็น ข้าวอบหน้าหมูกับกุญเชียง ข้าวนี้กินกับซ้อสถั่วเหลืองและพริกเผาหากใครชอบเผ็ด ก็อร่อยเหอะแล้วคับ
ตอนนี้ก็เกือบๆ จะเที่ยงคืนแล้ว เท่ากับใช้พลังงานของวันนี้ไป 18 ชั่วโมง ประกอบกับบินดึก ไม่ได้นอน บนเครื่องก็ไม่ได้นอน เพราะแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น ... หมดแบตวันนี้ละคับ ขอกลับไปนอนชาร์ตแบตสำหรับเที่ยววันถัดไปคับ
Good Night คับ เจอกันกับการเที่ยวไหว้พระ ช๊อปปิ้ง เพลินๆ ฮ่องกง ในวันถัดไปนะคับ




















.jpeg)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น